Home

จากหาดใหญ่ถึงอุดรธานี: การบำบัดน้ำเสียนำไปสู่การรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Posted on

Dept_mayor_hat_Yai copy

 

เทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างเมืองในเครือข่าย ได้แก่ เมืองหาดใหญ่ และเมืองเชียงราย เป็นเวลา 3 วัน ในช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา โดยความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครอุดรธานี คณะทำงานโครงการ M-BRACE และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่เมืองจะต้องเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือของเมือง

 

เมืองอุดรธานีเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดการทรัพยากรน้ำจึงเป็นประเด็นหลักที่สำคัญของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรและการเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมทำให้ความต้องการการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้ง โดยการมาตรการหนึ่งที่จะใช้ในการผลิตน้ำสำรองคือการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ หรือ รีไซเคิล โดยวิธีดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาใช้และประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อเรียนรู้ความสำเร็จจากเทศบาลนครหาดใหญ่ เราจึงได้ทำการสัมภาษณ์ ดร. พฤกษ์ พัฒโน รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ด้วย

 

คำถาม: จากการจัดการน้ำเสียของเมืองอุดรธานี ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสำรองน้ำใช้ของเมืองในอนาคตได้นั้น คุณคิดว่าเมืองอุดรธานีจะต้องเจอกับความท้าทายที่เหมือนกับเมืองหาดใหญ่หรือไม่อย่างไร?

ดร. พฤกษ์: “ประชากรของเมืองหาดใหญ่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก เช่นเดียวกันกับเมืองอุดรธานี ซึ่งหมายความว่าเมืองจะต้องมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น และภาคอุตสาหกรรมก็จำเป็นจะต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมาก การได้พูดคุยกับหน่วยงานที่บริหารจัดการน้ำเสียของเมืองอุดรธานีทำให้ทราบว่าค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียนั้นค่อนข้างสูง ทั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินการ ดังนั้นความท้าทายที่เมืองอุดรธานีต้องเจอเหมือนกับหาดใหญ่ก็คือการหางบประมาณมาสนับสนุนการดำเนินการและค่าใช้จ่ายให้ได้ในระยะยาว”

 

คำถาม: คุณคิดว่าปัจจัยอะไรที่จะช่วยให้ผ่านอุปสรรค์นี้ไปได้?

ดร. พฤกษ์: “โครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบบำบัดเป็นสิ่งจำเป็นที่มีความสำคัญ แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ซึ่งเราต่างก็ทราบกันดีก็คือการสร้างความร่วมมือระหว่างเทศบาลใกล้เคียงเพื่อการบริหารจัดการแบบข้ามพื้นที่การปกครอง”

 

คำถาม: เรื่องนี้คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่?

ดร. พฤกษ์: “ใช่ครับ หาดใหญ่นั้นเจอกับความท้าทายเหมือนกับอุดรธานี ระบบบำบัดน้ำเสียของหาดใหญ่มีความสามารถในการรับน้ำเสียมากกว่าเมืองอุดรธานีถึง 10 เท่า และเราจะต้องใช้งบประมาณจำนวน 400,000 บาทต่อเดือนเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ  (ประมาณ 12,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ)  การหาเงินเพื่อการดำเนินการบำบัดน้ำเสียของเมืองจึงเป็นความท้าทายสำคัญ การทำให้ประชาชาชนต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียทั้งที่เมื่อก่อนนี้พวกเขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นในหาดใหญ่เราจึงได้มีการให้ความรู้กับประชาชนถึงความสำคัญในการบำบัดน้ำเสียและข้อดีของการช่วยกันจ่ายค่าบำบัด การทำงานร่วมกับชุมชนนี่เองที่ทำให้เราสามารถจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียได้เพิ่มขึ้นและครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน”

 

คำถาม: คุณคิดว่ากิจกรรมศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอย่างกิจกรรมนี้มีความสำคัญอย่างไร

ดร. พฤกษ์: “มีความสำคัญมากครับ เพราะพวกเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เมืองของพวกเราเติบโตรวดเร็วมากและมีความท้าทายสำคัญมากมาย พวกเราต้องเรียนรู้และแบ่งปันวิธีการที่ดีในการดำเนินงานด้านต่างๆ เพื่อให้ทันกับการเจริญเติบโตของเมือง”

 

คำถาม: คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบต่อเมืองหาดใหญ่และเมืองอื่นๆ อย่างไร

ดร. พฤกษ์: “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำเรื่องต่างๆ นั้นยากขึ้น เมืองหาดใหญ่ต้องเผชิญกับความท้าทายในประเด็นที่เกี่ยวกับน้ำ ทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้สำหรับภาคอุตสาหกรรม แต่ยังมีความท้ายทายอื่นๆ อีกมาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้เราแก้ปัญหาต่างๆ ได้ยากขึ้น และขณะนี้ก็เรากำลังพยายามสร้างการเตรียมพร้อมรับมือให้ดีที่สุด”

 

บทความโดย Mr. Will Bugler และ Mr. Witchaya Pruecksamars
For English version please visit: From Hat Yai to Udon Thani: How treating wastewater is key to resilience